s_212411_3317

การสร้างฐานข้อมูล

SQL การจัดการ DATABASE

การจัดการฐานข้อมูลหรือ Database ด้วย SQL นั้น ทำได้หลากหลายอย่างมาก เรามาเรียนกันทีละเล็กทีละน้อยว่ามันมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าคุณจะทึ่งอย่างแน่นอน

การสร้างฐานข้อมูล

เป็นเรื่องเริ่มต้นที่จำเป็นที่สุด ในปัจจุบันอาจจะมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายๆอย่าง support มากขึ้นทำให้การทำงานส่วนนี้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราควรจะรู้พื้นฐานมันเอาไว้เสียก่อน ไม่เสียหาย จริงไหมล่ะครับ

การสร้างมีรูปแบบดังนี้ CREATE DATABASE ชื่อฐานข้อมูล; ตัวอย่าง อยากสร้างฐานข้อมูลชื่อ testsqlก็เขียนแบบนี้ CREATE DATABASE testsql;

หลังจากสร้างฐานข้อมูลแล้ว ต่อไปเป็นการสร้างตารางในฐานข้อมูล โดยต้องระบุรายละเอียด พวกชื่อตาราง ชนิดข้อมูล ขนาดข้อมูล และรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ดังนี้

CREATE TABLE table_name (

Column_name1data_typecolumn_attribute,

Column_name2data_typecolumn_attribute,

Primary key (column_name)

Foreign key (column_name)

);

โดยที่ 

Table_nameคือ     ชื่อของตารางที่ต้องการสร้าง

Column_name1     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 1

Column_name2     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 2

data_typeคือ     ชนิดของข้อมูล

column_attributeคือ     คุณสมบัติของแอตทริบิวต์

ทีนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับการลบฐานข้อมูล และลบตารางออกจากฐานข้อมูลกัน โดยคำสั่งจะใช้คำว่า Drop ดังนี้

DROP TABLE <table name> เป็นการลบตารางตามชื่อที่ระบุ (table name) ออกจากฐานข้อมูล

ในการเลือกนั้น จะใช้คำว่า USE <DatabaseName>; จะเป็นการเลือก และแสดงรายละเอียดต่างๆในฐานข้อมูลตามชื่อที่ระบุ แต่หากเราต้องการเลือกให้ละเอียดกว่านั้นเช่นการเลือกไปถึง column ที่ต้องการในตาราง Database ให้เราใช้คำสั่งดังนี้

SELECT column1, column2,…column N

FROM table_name;

ก็คือให้ระบุว่าต้องการเลือกข้อมูลจากคอลัมน์ที่เท่าไหร่ ? ในตารางที่ชื่อว่าอะไรนั่นเอง หรือว่าคอลัมน์ที่ระบุไม่ต้องระบุตัวเลขแต่ระบุเป็นชื่อของฟิลล์ในคอลัมน์ที่ต้องการได้เลย หากเราต้องการจะเพิ่มข้อมูลลงในตารางฐานข้อมูลล่ะเราจะทำยังไง ก็ให้ทำแบบนี้

INSERT INTO TABLE_NAME (column1, column2, column3,…columnN)  

VALUES (value1, value2, value3,…valueN);

ก็จะเป็นการเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูล ในตาราง เช่น

INSERT INTO CUSTOMERS (ID,NAME,AGE,ADDRESS,SALARY)

VALUES (1, ‘Smith’, 32, ‘188 Lodgson’, 2000.00 );

ความหมาย คือ ให้เราเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูลที่ชื่อว่า CUSTOMERS โดยการเพิ่มข้อมูลในคอลัมน์ ID, NAME, AGE, ADDRESS, SALARY ด้วยค่า 1, SMITH, 32, 188 Lodgson, 2000.00 ตามลำดับ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

s_212411_3317

คอมพิวเตอร์-วิทยาศาสตร์ข้อมูล คืออะไร

วิทยาศาสตร์ข้อมูลคือ การจัดเตรียมข้อมูล

การนำเสนอข้อมูล,การวิเคราะห์ และการดูแลรักษาข้อมูลด้านสารสนเทศ ซึ่งเป็นการนำกลวิธีทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับ data โดยอาศัยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์เข้าช่วย

วิทยาศาสตร์ข้อมูลเหมือนเป็นเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำมาจัดการกับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น เป็นการวิเคราะห์หรือสืบค้นถึงความหมายของข้อมูลด้านสารสนเทศ และผู้ที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลเราจะเรียกว่า data scientist 

บุคคลนี้มีหน้าที่เก็บรวมรวมข้อมูลที่มาจาก โปรแกรมประมวลผลด้านด้านสถิติและ machine learning  เพื่อนำมาสรุปเป็นแนวโน้มในเรื่องที่สนใจ การวิเคราะห์ข้อมูลยังสามารถใช้ อัลกอริทึมของ machine learning เข้ามาทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าในอนาคตได้ 

ดังนั้นวิทยาศาสตร์ข้อมูลก็คือ การประมวลผลเกี่ยวกับข้อมูล, การวิเคราะห์,การกรองข้อมูล ด้วยวิธีการด้านสถิติ และการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ ทำให้ศาสตร์ด้านนี้เป็นการรวมกันของศาสตร์สามด้าน คือ คณิตศาสตร์,สถิติและ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

วิทยาศาสตร์ข้อมูล ถูกนำมาใช้กับงานด้านต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมเชื้อเพลิง, หรือระบบไฟฟ้า บริษัทอาจต้องการข้อมูลเพื่อนำมาตัดสินใจปรับปรุงด้านธุรกิจ  นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะจัดการกับ data เพื่อช่วยเหลือบริษัทในการตัดสินใจ โดยการขับเคลื่อน data ที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ในงานด้านอุตสาหกรรมโรงงาน,อุตสาหกรรมด้านสุขภาพก็ใช้ วิทยาศาสตร์ข้อมูลเช่นกัน  

บทบาทของนักวิเคราะห์ข้อมูล มีโอกาสจะเติบโตด้านสายอาชีพมากกว่า 650 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี 2012 และคาดว่าจะมีงานด้านนี้ มากกว่า 11.5 ล้านรายการภายในปี 2026 

หน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล 

พวกเขามีหน้าที่จัดการข้อมูลทั้งแบบที่เป็นโครงสร้างและไม่เป็นโครงสร้าง ข้อมูลแบบที่ไม่เป็นโครงสร้างก็คือข้อมูลดิบที่จะต้องผ่านการประมวลผลในขั้นต้น,การทำความสะอาด,การจัดหมวดหมู่ให้เป็นกลุ่มข้อมูลเดียวกัน โดยเขาเหล่านั้นจะมีหน้าที่จัดการข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ด้วยวิธีการทางสถิติ 

เรายังสามารถนำวิธีการทางสถิติเหล่านี้มาบรรยาย,นำเสนอ และตั้งสมมติฐานจากข้อมูล และนำไปสู่การใช้งาน machine learning ในขั้นที่ซับซ้อนต่อไป 

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะนำเครื่องมือที่มีอยู่มาใช้เพื่อลดข้อมูลที่ซับซ้อน โดยใช้ภาษาโปรแกรมอย่าง sql, hadoop, weka ,R และ python ซึ่งหาผู้ประกอบอาชีพมีความเชี่ยวชาญจะรับงานเป็นที่ปรึกษาให้บริการใหญ่ๆ ได้ เช่นในบริษัทด้าน netflix , Google and Amazon ยังต้องการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลเก่งๆ เพื่อให้คำแนะนำแก่พนักงานในฝ่ายอื่นๆ 

ซึ่งอาจจะนำเสนอข้อมูลในรูปภาพ เพื่อความสวยงามหรือเพื่อให้เห็นความแตกต่างของข้อมูลอย่างชัดเจน 

การแก้ปัญหาด้วยวิธีการของวิทยาศาสตร์ข้อมูล

ในการทำงานจริง ขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหาคือ การทำความสะอาดข้อมูล-การเตรียมการประมวลผล เมื่อนักวิทยาศาสตร์จัดการกลุ่มของข้อมูลที่หลากหลาย ให้เป็นระบบระเบียบ,กำจัดข้อมูลขยะ เพื่อง่ายต่อการวิเคราะห์ต่อไป 

ซึ่งศาสตร์ด้านนี้มีบทบาทกับวงการคอมพิวเตอร์ –IT อย่างจริงจังใน 4-5 ปีมานี้เอง 

 

สนับสนุนโดย ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี