s_212411_3317

จีนกับระบบการจับผิด 

ประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่ในประเทศ ไม่สำคัญว่าทำไมการควบคุมดูแลให้ทั่วถึงจะมีเรื่องที่ยากอย่างมาก ในกรณีประเทศจีนที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆจึงผลิตนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อให้กฎหมายมีการบังคับใช้อย่างเหมาะสม ประเทศจีนมีการใช้คอมพิวเตอร์ตรวจจับในส่วนของผู้คนในประเทศของตัวเองเพื่อให้คะแนน หากใครที่ถูกตัดคะแนนเยอะๆก็ไม่สามารถเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆหรือว่าออกนอกประเทศได้ นี่เองคือการพัฒนาที่นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้กับระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกล้องวงจรปิดหรือเซ็นเซอร์ต่างๆเพื่อตรวจสอบ

การใช้ชีวิตของผู้คนอยู่ด้วยตลอดเวลาหากใครทำผิดกฎหมายก็สามารถทำโทษได้ทันที ด้วยการหักคะแนนในส่วนของการใช้ชีวิต การหักคะแนนในส่วนของผู้คนถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำผิดกฎจราจรการทำผิดกฎสังคม หรือการทำผิดกฎหมายต่างๆที่มีการตั้งไว้ในประเทศจีนหากมีการทำผิดกฎหมายหลายๆครั้งจะทำให้บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินบางอย่างได้ รวมถึงไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆตามความต้องการ

นี่คือรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนในประเทศจีน ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาพัฒนาในส่วนของการใช้ชีวิตอยู่เสมอ ขอจำนวนผู้คนและประชากรที่มีจำนวนมากจึงเป็นสิ่งสำคัญว่าทำไมมีความจำเป็นจะต้องมีการควบคุมดูแลให้เหมาะสม บุคคลเหล่านั้นหากไม่มีการควบคุมดูแลที่เหมาะสมกับการใช้กฎหมายเข้ามาควบคุม จะทำให้ผู้คนทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะกลุ่มคนเยอะๆถ้ามีคนจำนวนมากทำผิดกฎหมายมาพร้อมกันจะทำให้ประเทศจีนไม่สามารถควบคุมดูแลคนได้ มีแต่เป็นส่วนสำคัญในการนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ต่างๆหรือรวมข้อมูลต่างๆของผู้คนเข้ามา เทคโนโลยีที่ประเทศจีนเข้ามาใช้ร่วมกับในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายนั้นก็คือ ฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ที่มีการตรวจจับใบหน้าผู้คนได้อย่างแม่นยำ ฐานข้อมูลประเทศจีนถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่ยิ่งใหญ่มากเพราะจำนวนประชากรที่เยอะจึงเป็นส่วนสำคัญว่าทำไมประเทศจีนจึงต้องมี Server ที่รองรับข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วประเทศจีนก็เป็นต้นแบบของนวัตกรรมมากมายในโลก 

ในอนาคตอันใกล้นี้ คุณจะเห็นนวัตกรรมแบบนี้อีกมากมายเกิดขึ้นมา เพราะประเทศจีนจูไห่ประเทศที่มีการพัฒนาศักยภาพในการทำงานอยู่เสมอ และโลกทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาหากประเทศไหนที่มีการบังคับใช้กฎหมายไม่ดีพอ ก็จะไม่สามารถควบคุมจำนวนประชากรอยู่ควบคุมความประพฤติของประชากรในประเทศของตัวเองได้ นี่จึงเป็นต้นแบบที่ประเทศจีนมีการทำแล้วว่าการบันทึกเกี่ยวกับการกระทำผิดต่างๆภายในประเทศของตัวเอง สามารถลงโทษได้ทันทีโดยใช้คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในส่วนของซอฟต์แวร์หรือระบบต่างๆที่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุมประชาชนให้มีการใช้ชีวิตที่เหมาะสม 

 

s_212411_3317

3 ลักษณะของคอมพิวเตอร์ในองค์กรต่างๆ 

คอมพิวเตอร์มีข้อแตกต่างกันไปลักษณะแตกต่างกันไปตามความต้องการและการใช้งานของบุคลากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่บุคคลธรรมดาจนไปถึงองค์กรใหญ่ๆที่มีการประมวลผลค่อนข้างมาก สิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งและปัจจุบันที่ใช้งานตามลักษณะงานต่างๆรวมไปถึงมีราคาที่ค่อนข้างแตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งหากใครจะมองหาคอมพิวเตอร์สัก 1 เครื่องที่ทำงานก็ต้องมีการศึกษาให้เข้าใจว่าลักษณะคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา จะสามารถทำอะไรได้บ้างและราคาเท่าไหร่ นี่เองจึงจะสามารถซื้อคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพได้คอมพิวเตอร์อาจจะแบ่งให้เห็นได้ชัดโดยประมาณคือ 3 อย่าง 

1 คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลหนัก คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลหน้าคือการประมวลผลที่มีปริมาณที่ค่อนข้างสูงเรานี่เองเรียกว่าระบบเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มาใช้ในองค์กรขนาดใหญ่หรือว่าองค์กรที่มีการรวบรวมข้อมูลเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นแบงค์ธนาคาร โรงพยาบาลต่างๆหรือจะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ 

2 คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง มินิคอมพิวเตอร์คือคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะคล้ายกับเมนเฟรม แต่ว่ามีราคาที่ถูกกว่าและเป็นการประมวลผลที่ไม่หนักเท่าไหร่ใช้ในองค์กรที่มีขนาดกลาง ไม่เล็กมากและไม่ใหญ่มากรวบรวมข้อมูลต่างๆและประมวลผล ในปัจจุบันใช้แพร่หลายตามโรงเรียนโรงพยาบาลหรือแม้แต่จะเป็นห้างร้านต่างๆที่มีขนาดกลาง

3 ไมโครคอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ใช้ในบ้านต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองใช้ในระบบการทำงานทั่วไปสามารถพกพาไปไหนได้สะดวก ใช้ทำงานแต่ละที่ได้ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทได้ก็คือคอมพิวเตอร์ Notebook ทั้งสองอย่าง แตกต่างกันตั้งแต่ราคาขนาดและการใช้งานลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Desktop นั่นก็คือเครื่องที่ตั้งอยู่กับโต๊ะ ยากในการขนย้ายหรือว่าจะใช้นอกสถานที่ ส่วนใหญ่จะใช้ที่บ้านสำนักงานหรือแม้แต่จะเป็นบริษัทต่างๆ จะให้ผู้ที่ใช้งานนั่งอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไปไหนเพราะเครื่องมีขนาดที่ใหญ่และซับซ้อนอย่างมาก Notebook เครื่องขนาดเบาพกพาสะดวกสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เหมาะสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการทำงานอย่างอิสระ สามารถทำงานที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ Notebook จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่อย่างยิ่งในการที่จะพกพาเครื่องขนาดเล็กไปทำงานไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือตามสถานที่ต่างๆ รวมถึง Notebook ยังมีความประหยัดไฟอย่างยิ่งเหมาะสำหรับการทำงานเร่งด่วนหรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 

ช่อง 3 มีเองคือรูปแบบที่ต่างกันและการใช้งาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือบุคคลธรรมดาที่จะซื้อคอมสักเครื่องจำเป็นจะต้องศึกษาให้เข้าใจว่าลักษณะในการทำงานเป็นอย่างไรเพื่อจะได้ซื้อคอมให้ถูกกับเป้าหมายในการทำงาน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

dell-inspiron-24-5000-1

การทำงานของคอมพิวเตอร์

 

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

การทำงานของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ในที่นี้เราจะหมายถึง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PersonalComputer : PC) เท่านั้น โดยคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลพื้นฐานแล้วก็จะมี
คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป (Desktop) ซึ่งหลายคนจะเรียกว่าคอมพิวเตอร์พีซี (PC) และ แล็ปท็อป หรือ โน๊ตบุ๊ค (Laptop)

เมื่อเราเข้าใจประเภทของคอมพิวเตอร์กันแล้วต่อไปก็ถึงเวลาที่จะเข้าใจการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์กันแล้ว ซึ่งนี่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากเกิดปัญหากับคอมพิวเตอร์เราก็จะสามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ


โดยขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์จะมีรายละเอียดดังนี้

1. เมื่อเราเปิดคอมพิวเตอร์ ตัวเพาเวอร์ซัพพลายก็จะทำงานจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับระบบ

2. ซีพียูก็จะทำการค้นหาหน่วยความจำแบบ ROM (ROM Chip) ที่ถูกติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด ซึ่ง ROM จะถูกโปรแกรมหรือบรรจุด้วย BIOS (BasicInput/output System)

3. BIOS จะเริ่มทำงานด้วยการตรวจเช็กฮาร์ดแวร์ว่าถูกติดตั้งหรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการตรวจเช็กฮาร์ดแวร์นี้จะเรียกว่า POST (Power-On- Self- Test) มันจะทำการตรวจเช็กส่วนประกอบต่างๆ ทีละส่วน ประกอบไปด้วย Buses, System Clock, Adapter, Card, RAM, Mouse, Keyboard และ Divers ซึ่งเราสามารถสังเกตกระบวนการนี้ได้จากอาการต่างๆ ที่ปรากฏบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นไปกระพริบ หรือเสียงเตือนต่างๆรวมถึงข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเราด้วย

4. ระบบจะทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง POST กับ CMOS ว่าตรงกันหรือไม่ โดยที่ CMOS จะเก็บค่าพารามิเตอร์ (Parameter) เกี่ยวกับคอนฟิกของคอมพิวเตอร์ ซึ่ง CMOS จำเป็นที่จะต้องมีไฟเลี้ยง 3.3 โวลต์ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่อยู่ใน CMOS สูญหาย สำหรับค่าพารามิเตอร์หรือคอนฟิกที่ถูกเก็บไว้ใน CMOS จะประกอบไปด้วย จำนวนของหน่วยความจำ, ชนิดของไฟล์, คีย์บอร์ด, มอนิเตอร์, วัน เดือน ปี, เวลา และข้อมูลอื่นๆ เป็นต้น เราเรียกกระบวนการนี้ว่า การตรวจเช็กค่า Checksum ของ CMOS ซึ่งหากฮาร์ดแวร์ตัวไหนมีปัญหา คอมพิวเตอร์ก็จะส่งสัญญาณออกมาเป็น Beep Code หรือคอมพิวเตอร์อาจไม่ทำงานเลยขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงแค่ไหน

5. หากกระบวนการ POST ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว BIOSก็จะค้นหาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ติดตั้งไว้ โดยทำการค้นหาไฟล์ระบบ (SystemFiles) จากไดรฟ์ที่กำหนดไว้ใน BIOS เช่น ฮาร์ดดิสก์, ซีดี หรือ แฟลชไดรฟ์ เป็นต้น