s_212411_3317

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์

HTML เป็นอย่างไร

ภาษา HTML เป็นภาษาการเขียนเว็ปไซต์ สำหรับนักพัฒนาเว็ปไซต์

ซึ่งเป็นพื้นฐานเริ่มต้นที่สำคัญในการทำเว็ปไซต์เลยทีเดียว หากใครไม่ทราบแล้วอาจจะทำให้ลำบากในการทำงานเขียนเว็ปไซต์ได้ หลักการง่ายๆของ HTML คือ เป็นโค้ดที่ใช้ในการทำให้ browser ทำการแสดงผล browser คือ ตัวทีใช้เปิดเว็ปไซต์นั่นเอง อย่างในปัจจุบันที่นิยมคือ Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome เป็นต้น ซึ่งการแสดงผลต่อ browser นี้ก็คือทุกๆอย่างๆเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือเล็ก ใหญ่ ตัวหนังสือมีสีสันหรือไม่ การขึ้นบรรทัดใหม่ การทำลิงค์ การแสดงรูปภาพอะไรต่างๆเหล่านี้เป็นต้น

หลักการใหญ่ๆเราจะแบ่งการทำงานของ HTML ออกเป็นส่วนๆ คือส่วนของ tag ที่ชื่อว่า <title></title> ตรงส่วนนี้จะเป็นการกำหนดหัวข้อของเว็ปนั่นเอง ส่วนในตัวเนื้อหาของเว็ปไซต์ จะอยู่ภายใต้ โค้ดที่ชื่อว่า <body></body>

ในส่วนหัวข้อต่างๆที่อยู่ในเนื้อหาเว็ปไซต์นั้น เราจะใช้โค้ดที่ชื่อว่า <h1></h1> โดย h1 นั้นจะเป็นตัวหนังสือที่ใหญ่ที่สุด และมีหลายหัวข้อให้ใช้คือตั้งแต่ <h1>….<h7> ไล่ยาวได้ไปจนถึง h7 เลย ซึ่งตัวหนังสือ ความหนา ก็จะลดหลั่นลงไปตามลำดับ

ในส่วนการตกแต่งตัวหนังสือข้อความนั้น เราใช้คำสั่ง <font> ได้การกำหนดได้ โดยแบ่งเป็นดังนี้คือ หากเราใช้ <font size=“x”>ข้อความ</font> จะใช้เป็นการกำหนดขนาดตัวหนังสือ ซึ่งเราแทนที่ตัว “x” ด้วยตัวเลขขนาดตัวหนังสือที่เราต้องการ ยิ่งเลขมาก ตัวหนังสือยิ่งตัวใหญ่ และการทำสีเราจะใช้ <font color=“y”>ข้อความ</font> โดยแทนที่ตัว “y” ด้วยสีที่เราต้องการ หรือ โค้ดสีที่ต้องการ เช่น “blue”, “red”, “#ff000” เป็นต้น และหากเราต้องการปรับทั้งขนาดและสี พร้อมๆกัน เราใช้โค้ดในชุดเดยวกันได้เลยดังนี้ <font size=”12″ color=”green”> ข้อความ</font>

การทำลิงค์ หรือ Hyperlink ไปที่อื่น ให้เราใช้ <a href=“url เว็ปปลายทาง”>ข้อความที่จะแสดง</a> เช่น <a href=”https://google.com”>เปิดเว็บไซต์ google.com</a> แบบนี้เป็นต้น

การทำตาราง เราจะใช้โค้ดที่เยอะกว่าเดิมเล็กน้อย โดยแบ่งเป็น <table></table> คือเริ่มต้นการทำตาราง
<th></th> จะเป็นหัวตาราง และ <tr></tr> คือแถว <td></td> จะเป็นคอลัมน์ เวลาเขียน ต้องจัดลำดับให้เหมาะสมถูกต้องดังนี้

<table>

<tr>

<th>หัวตาราง 1</th>

<th>หัวตาราง 2</th>

</tr>

<tr>

        <td>คอลัม 1</td>

        <td>คอลัม 2</td>

</tr>

</table>

 

ขอบคุณ  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย ที่ให้ข้อมูลดีๆมานำเสนอ

s_212411_3317

เลือกเครื่องมือโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์ (HDD Cloning)

 

สำหรับเครื่องมือที่จะช่วยโคลนนิ่งข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ของคุณ ก็ประกอบไปด้วยเครื่องมือดังต่อไปนี้

  • Symantec Ghost 11.5.1 โดยเครื่องมือ Symantec Ghost จะถูกใช้งานผ่านหน้าอินเทอร์เฟสในโหมด Dos เป็นหลัก ซึ่งการเรียกใช้งาน Symantec Ghost คุณจำเป็นต้องบูตผ่านดอส แต่ในปัจจุบันเวอร์ชั่นนี้สามารถเรียกใช้งานในโหมดวินโดวส์ได้ (Windows PE) อย่างไรก็ตามในปี 2003 เครื่องมือ Symantec Ghost ได้ถูกพัฒนาให้สามารถติดตั้ง หรือใช้งานในโหมดวินโดวส์ ที่มีหน้าอินเทอร์เฟสใช้งานใหม่ (Graphical User Interface : GUI) รวมทั้งเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น Symantec Norton Ghost หรือเรียกสั้นๆ ว่า Norton Ghost สำหรับการโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์ แนะนำให้ใช้ Symantec Ghost 11.5.1 หรือ Symantec Norton Ghost 11.5.1 ผ่านหน้าอินเทอร์เฟสแบบเดิม หรือในโหมดดอส (Dos)
  • AOMEI Backupper เป็นเครื่องมือแบ็คอัพทำงานในโหมดวินโดวส์ ผ่านหน้าอินเทอร์เฟสแบบ Graphical User Interface ซึ่งช่วยให้คุณโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์ได้อย่างง่ายดาย และมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ซึ่งคุณสามารถใช้งานเครื่องมือนี้ควบคู่กับเครื่องมือ Symantec Norton Ghost ได้

แบ็คอัพไฟล์ข้อมูลส่วนตัว

วิธีป้องกันไฟล์ข้อมูลสูญหายที่ดีที่สุด คือการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลไว้ที่ปลอดภัย และควรแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลอยู่เสมอ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาบูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้ ไฟล์ข้อมูลติดไวรัส ฮาร์ดดิสก์พัง หรือแม้กระทั่งเผลอลบไฟล์ข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ คุณก็สามารถกู้คืนข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย โดยมีนัยสำคัญได้วินโดวส์ตัวโปรด และไฟล์ข้อมูลกลับมาใช้งานอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไม่เคยแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลเลย เมื่อคอมพิวเตอร์เกิดมีปัญหา

โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากฮาร์ดดิสก์พัง ก็จะส่งผลให้ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดของคุณสูญหาย นอกจากนี้แล้วยังต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฮาร์ดดิสก์ และเรียกไฟล์ข้อมูลกลับคืนมา แต่คุณมั่นใจได้อย่างไรว่า การเรียกคืนไฟล์ข้อมูล จะได้ไฟล์ข้อมูลครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ อย่าลืมแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลอยู่เสมอ ส่วนวิธีการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลก็มีหลากหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น การแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลด้วยวิธีการ Copy & Paste และใช้เครื่องมือช่วยในการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูล เป็นต้น

แต่ใครจะสะดวกใช้วิธีไหนก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น เนื่องจากถือว่าให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการแบ็คอัพไฟล์ข้อมูล และการป้องกันปัญหาไม่ให้เลวร้ายจนไม่สามารถแก้ไขได้