s_212411_3317

HDD กับ SSD มันคืออะไร

HDD กับ SSD มันคืออะไร เลือกซื้ออันไหนดี

 จานบันทึกแบบแข็ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ฮาร์ดดิส คือ ชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมระบบปฏิบัติการ และ ไฟล์ต่าง ๆ โดยหลักการ คือ การเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก เพื่อเป็นการเก็บข้อมูล โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือ สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้อย่างไม่จำกัด

ฮาร์ดดิสก์มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ E-IDE , IDE, Serial SCSI และ ATA  

แบบ IDE เป็นการเชื่อมต่อแบบเก่า ใช้สายแพขนาด 40 เส้น 

แบบ E-IDE สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สูงขึ้นกว่าแบบ IDE แต่ใช้สายแพที่มีขนาดใหญ่กว่าในเชื่อมต่อโดยมีขนาดถึง 80 เส้น 

แบบ SCSI จะใช้การ์ด SCSI ควบคุมการทำงาน โดยแบบ SCSI จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงเพราะส่วนมากผุ้คนมักนิยมนำมาใส่ในServer 

แบบ SATA (Serial ATA) กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อได้เร็วมาก และรูปแบบ SATA ยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อีกมากมาย 

หลักการทำงานของ ฮาร์ดดิส

       หลักการทำงานของฮาร์ดดิส คือ ใช้มอเตอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ด้านใน หมุนจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูงซึ่งอาจมีความเร็วสูงถึง 7200 รอบต่อนาที และมีหัวอ่านการทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องเล่น DVD แต่แผ่น CD และ DVD ทำได้เพียงอ่านข้อมูลเท่านั้นไม่สามารถเพิ่มหรือลบข้อมูลได้ แตกต่างจาก Hard disk ที่สามารถอ่านเพิ่มและลบข้อมูลซ้ำ ๆ ได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน และมีความจุที่มากกว่าแผ่น CD และ DVD อย่างมาก

ขนาดของ ฮาร์ดดิส      

ขนาดของ ฮาร์ดดิส นั้นจะมีให้เลือกคือ 2.5 นิ้ว และ 3.5 นิ้ว โดยทั้ง 2 มีรูปแบบการทำงานที่คล้ายกัน แตกต่างกันตรงที่ขนาด 3.5 นิ้ว จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ และที่ ขนาด 2.5 นิ้ว จะใช้สำหรับโน้ตบุ๊ค 

ข้อเสียของ Hard disk

          – มีความร้อนสูง เนื่องจากมีการหมุนของจานแม่เหล็กอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

          – มีเสียงการทำงานเล็กน้อย เนื่องจากการหมุนของแม่เหล็ก 

          – ใช้กำลังไฟมาก

          – น้ำหนักค่อนข้างเยอะ

Solid State Drive หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ SSD คือ อุปกรณ์สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลที่เปลี่ยนจากจานแม่เหล็กมาเป็น Flash Memory จะมีหลักการทำงานคล้ายกับ Flash Drive ซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลมากกว่าฮาร์ดดิสหลายเท่า โดยนักพัฒนาได้ทำให้ SSD มีขนาดเดียวกับ HDD ซึ่งทำให้สามารถใส่แทนกันได้อย่างง่ายดาย

SSD แบ่งออกเป็น 5 แบบ ได้แด่

-แบบ SATA III มีขนาด 2.5 นิ้ว สามารถใส่แทนช่อง HDD ที่มีขนาดเดียวกันได้

-แบบ mSATA เป็น SSD ที่เพื่อใช้กับ โน้ตบุ๊ค

-แบบ M.2 เป็น SSD ที่มีความเร็วสูงกว่า SSD ทั่วไป อีกทั้งยังมีขนาดเล็กกว่า จึงจำเป็นที่ต้องมีช่องสำหรับใส่เฉพาะ สามารถใส่ได้ทั้ง ใน คอมพิวเตอร์ และ โน้ตบุ๊ค

-แบบ PCIe ออกแบบมาสำหรับเสียบลงบนสล๊อต PCI Express x16 

-แบบ M.2 NVMe เป็นเทคโนโลยีล่าสุดทำให้ยังไม่ค่อยแพร่หลาย

ขอเสียของ Solid State Drive (SSD)

       – มีความจุน้อยอีกทั้งยังราคาสูงมาก

       – มีขีดจำกัดในการเขียนซ้ำข้อมูล

       – หากเกิดความเสียหายแล้วจะไม่สามารถกู้ข้อมูลได้

แล้วอันไหนควรใช้มากกว่ากัน

สำหรับหน่วยความจำหลักในคอมพิวเตอร์นั้นไม่ว่าจะเป็น SSD หรือ HDD ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการความจุในการจัดเก็บข้อมูลมากและต้องการประหยัดงบในการซื้อก็ควรเป็นHDD

แต่ถ้าผู้ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลไม่ต้องการความจุมากมายและพอมีงบในการซื้อก็แนะนำให้ เป็น SSD ไปเลย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

s_212411_3317

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์

HTML เป็นอย่างไร

ภาษา HTML เป็นภาษาการเขียนเว็ปไซต์ สำหรับนักพัฒนาเว็ปไซต์

ซึ่งเป็นพื้นฐานเริ่มต้นที่สำคัญในการทำเว็ปไซต์เลยทีเดียว หากใครไม่ทราบแล้วอาจจะทำให้ลำบากในการทำงานเขียนเว็ปไซต์ได้ หลักการง่ายๆของ HTML คือ เป็นโค้ดที่ใช้ในการทำให้ browser ทำการแสดงผล browser คือ ตัวทีใช้เปิดเว็ปไซต์นั่นเอง อย่างในปัจจุบันที่นิยมคือ Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome เป็นต้น ซึ่งการแสดงผลต่อ browser นี้ก็คือทุกๆอย่างๆเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือเล็ก ใหญ่ ตัวหนังสือมีสีสันหรือไม่ การขึ้นบรรทัดใหม่ การทำลิงค์ การแสดงรูปภาพอะไรต่างๆเหล่านี้เป็นต้น

หลักการใหญ่ๆเราจะแบ่งการทำงานของ HTML ออกเป็นส่วนๆ คือส่วนของ tag ที่ชื่อว่า <title></title> ตรงส่วนนี้จะเป็นการกำหนดหัวข้อของเว็ปนั่นเอง ส่วนในตัวเนื้อหาของเว็ปไซต์ จะอยู่ภายใต้ โค้ดที่ชื่อว่า <body></body>

ในส่วนหัวข้อต่างๆที่อยู่ในเนื้อหาเว็ปไซต์นั้น เราจะใช้โค้ดที่ชื่อว่า <h1></h1> โดย h1 นั้นจะเป็นตัวหนังสือที่ใหญ่ที่สุด และมีหลายหัวข้อให้ใช้คือตั้งแต่ <h1>….<h7> ไล่ยาวได้ไปจนถึง h7 เลย ซึ่งตัวหนังสือ ความหนา ก็จะลดหลั่นลงไปตามลำดับ

ในส่วนการตกแต่งตัวหนังสือข้อความนั้น เราใช้คำสั่ง <font> ได้การกำหนดได้ โดยแบ่งเป็นดังนี้คือ หากเราใช้ <font size=“x”>ข้อความ</font> จะใช้เป็นการกำหนดขนาดตัวหนังสือ ซึ่งเราแทนที่ตัว “x” ด้วยตัวเลขขนาดตัวหนังสือที่เราต้องการ ยิ่งเลขมาก ตัวหนังสือยิ่งตัวใหญ่ และการทำสีเราจะใช้ <font color=“y”>ข้อความ</font> โดยแทนที่ตัว “y” ด้วยสีที่เราต้องการ หรือ โค้ดสีที่ต้องการ เช่น “blue”, “red”, “#ff000” เป็นต้น และหากเราต้องการปรับทั้งขนาดและสี พร้อมๆกัน เราใช้โค้ดในชุดเดยวกันได้เลยดังนี้ <font size=”12″ color=”green”> ข้อความ</font>

การทำลิงค์ หรือ Hyperlink ไปที่อื่น ให้เราใช้ <a href=“url เว็ปปลายทาง”>ข้อความที่จะแสดง</a> เช่น <a href=”https://google.com”>เปิดเว็บไซต์ google.com</a> แบบนี้เป็นต้น

การทำตาราง เราจะใช้โค้ดที่เยอะกว่าเดิมเล็กน้อย โดยแบ่งเป็น <table></table> คือเริ่มต้นการทำตาราง
<th></th> จะเป็นหัวตาราง และ <tr></tr> คือแถว <td></td> จะเป็นคอลัมน์ เวลาเขียน ต้องจัดลำดับให้เหมาะสมถูกต้องดังนี้

<table>

<tr>

<th>หัวตาราง 1</th>

<th>หัวตาราง 2</th>

</tr>

<tr>

        <td>คอลัม 1</td>

        <td>คอลัม 2</td>

</tr>

</table>

 

ขอบคุณ  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย ที่ให้ข้อมูลดีๆมานำเสนอ

s_212411_3317

ความรู้เกี่ยวกับมือถือที่เราต้องทำความเข้าใจ

โทรศัพท์ที่มีแต่เพียงปุ่มกดโฮมเพียงอย่างเดียว

โทรศัพท์มือถือที่ทุกคนนั้นได้ใช้มากันอยู่ทุกวันนี้รู้หรือไม่ว่าโทรศัพท์ของเรานั้นกับการที่โทรศสัพท์นั้นมีแคเพียงกดปุ่มโฮมอย่างเดียวนั้นมันเป็นอย่างไรและการที่มีกดปุ่มโฮมนั้นมันดีกว่าโทรศัพท์ที่มีปุ่มกดหลายตัวอย่างไร

การเอาปุ่มโฮมออกทำให้พื้นผิวโทรศัพท์เรียบขึ้นทำให้ดูเพียวบางและไร้รอยต่อมากขึ้นผู้ผลิตบางลายจะบอกคุณว่าการไมมีปุ่มเป็นการตัดสินใจที่ดีเพราะพวกเขาไม่ได้วาแผนที่จะหยุดแค่การเอาปุ่มโฮมออกเพราะพวกเขานั้นจะหาทางให้ได้ปุ่มเพาเวอร์และปุ่มปรับระดับเสียงซึ่งก็อาจจะเป็นรายต่อไปU12ของHTCแทนที่ด้วยปุ่มด้วยเซ็นเซอร์สัมผัสและSAMSUNG GALAXYNOTE10เอาปุ่มเพาเวอร์ออกทั้งหมด

ทั้งยังเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อให้ปุ่มสั่งการด้วยเสียงทั้งหมดได้ด้วยแต่นั้นก็จะทำให้คุณใช้ระบบสั่งการด้วยเสียงไม่ได้จากนั้นได้มีการโต้แย้งเกิดขึ้นเนื่องจากปุ่มที่น้อยลงหมายถึงชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยลงจึงไม่มีชิ้นส่วนที่อาจแตกหักจากการสึกหรอได้ซึ่งหน้าเสียดายสำหรับHTCที่ไม่มีหลักฐานจริงๆจังๆ

ในการสนับสนุนสำหรับเรื่องนี้เนื่องจากนี้ยังเป็นเรื่องจริงที่ว่าลูกค้าบางคนพบว่าปุ่มสมัยนี้ใช้งานยากลพวกเรายังไม่ได้พูดถึงปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโทรศัพท์ที่ไม่มีปุ่มคนส่วนใหญ่นั้นไม่ชอบพวกมันถ้าไม่มีการตอบสนองทางกายภาพเลยก็ยากที่จะบอกได้ว่าคุณกดปุ่มถูกหรือไม่และยังไม่รวมถึงว่ามีบางสิ่งที่หน้าพอใจเกี่ยวกับการกดปุ่มในชีวิตจริงนี่คือสิ่งที่ทุกคนพูดถึงเมื่อพวกเขาใช้วรีการตอบสนองต่อการสัมผัสอุปกรณ์จำนวนมากสั่น

เพื่อจำลองให้เหมือนกับการกดปุ่มจริงแต่มันก็ยังไม่รู้สึกเหมือนกันนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนถึงคิดว่าโทรศัพท์ไร้ปุ่มเป็นเพียงแฟชั่น

SAMSUNG GALAXY X4เป็นคุณบัติที่รวมอยู่ในGALAXY X4ที่ทำให้โทรศัพท์ของคุณเลื่อนขึ้นและลงโดยอัตโนมัติมันทำงานโดยใช้กล้องหน้าของโทรศัพท์เพื่อติดฃการเคลื่อนไหวของหัวคุณนั่นเป็นไอเดียแต่มันออกสู่ตลาดก่อนที่วิศวกรจะเอาข้อผิดพลาดทั้งหมดออกได้บางครังคุณต้องขยับหัวของคุณจนมากเกินไปเพื่อที่จะให้มันนั่นทำงานได้ลูกค้าจำนวนมากหมดความอดทนกับสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นฟรีเจอร์ที่ไม่จำเป็น

  บางคนก็รู้สึกแบบเดียวกันกับแอร์วิวซึ่งเป็นคุณบัติที่ SAMSUNG ดูตัวอย่างการแจ้งเตือนโดยที่ไม่ต้องสัมผัสหน้าจอได้ทำได้ด้วยการจ่อนิ้วเหนือแอฟที่ต้องการดูแอร์วิวก็ใช้ได้เมื่อต้องการค้นหาสิ่งที่คุณชี้ไปแต่มันก็ใช้ได้เพียงแค่ไม่กี่แอฟเท่านั้นเอง

 

สนับสนันเรื่องราวจาก  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

s_212411_3317

การสร้างฐานข้อมูล

SQL การจัดการ DATABASE

การจัดการฐานข้อมูลหรือ Database ด้วย SQL นั้น ทำได้หลากหลายอย่างมาก เรามาเรียนกันทีละเล็กทีละน้อยว่ามันมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าคุณจะทึ่งอย่างแน่นอน

การสร้างฐานข้อมูล

เป็นเรื่องเริ่มต้นที่จำเป็นที่สุด ในปัจจุบันอาจจะมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายๆอย่าง support มากขึ้นทำให้การทำงานส่วนนี้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราควรจะรู้พื้นฐานมันเอาไว้เสียก่อน ไม่เสียหาย จริงไหมล่ะครับ

การสร้างมีรูปแบบดังนี้ CREATE DATABASE ชื่อฐานข้อมูล; ตัวอย่าง อยากสร้างฐานข้อมูลชื่อ testsqlก็เขียนแบบนี้ CREATE DATABASE testsql;

หลังจากสร้างฐานข้อมูลแล้ว ต่อไปเป็นการสร้างตารางในฐานข้อมูล โดยต้องระบุรายละเอียด พวกชื่อตาราง ชนิดข้อมูล ขนาดข้อมูล และรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ดังนี้

CREATE TABLE table_name (

Column_name1data_typecolumn_attribute,

Column_name2data_typecolumn_attribute,

Primary key (column_name)

Foreign key (column_name)

);

โดยที่ 

Table_nameคือ     ชื่อของตารางที่ต้องการสร้าง

Column_name1     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 1

Column_name2     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 2

data_typeคือ     ชนิดของข้อมูล

column_attributeคือ     คุณสมบัติของแอตทริบิวต์

ทีนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับการลบฐานข้อมูล และลบตารางออกจากฐานข้อมูลกัน โดยคำสั่งจะใช้คำว่า Drop ดังนี้

DROP TABLE <table name> เป็นการลบตารางตามชื่อที่ระบุ (table name) ออกจากฐานข้อมูล

ในการเลือกนั้น จะใช้คำว่า USE <DatabaseName>; จะเป็นการเลือก และแสดงรายละเอียดต่างๆในฐานข้อมูลตามชื่อที่ระบุ แต่หากเราต้องการเลือกให้ละเอียดกว่านั้นเช่นการเลือกไปถึง column ที่ต้องการในตาราง Database ให้เราใช้คำสั่งดังนี้

SELECT column1, column2,…column N

FROM table_name;

ก็คือให้ระบุว่าต้องการเลือกข้อมูลจากคอลัมน์ที่เท่าไหร่ ? ในตารางที่ชื่อว่าอะไรนั่นเอง หรือว่าคอลัมน์ที่ระบุไม่ต้องระบุตัวเลขแต่ระบุเป็นชื่อของฟิลล์ในคอลัมน์ที่ต้องการได้เลย หากเราต้องการจะเพิ่มข้อมูลลงในตารางฐานข้อมูลล่ะเราจะทำยังไง ก็ให้ทำแบบนี้

INSERT INTO TABLE_NAME (column1, column2, column3,…columnN)  

VALUES (value1, value2, value3,…valueN);

ก็จะเป็นการเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูล ในตาราง เช่น

INSERT INTO CUSTOMERS (ID,NAME,AGE,ADDRESS,SALARY)

VALUES (1, ‘Smith’, 32, ‘188 Lodgson’, 2000.00 );

ความหมาย คือ ให้เราเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูลที่ชื่อว่า CUSTOMERS โดยการเพิ่มข้อมูลในคอลัมน์ ID, NAME, AGE, ADDRESS, SALARY ด้วยค่า 1, SMITH, 32, 188 Lodgson, 2000.00 ตามลำดับ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย