s_212411_3317

พื้นฐานคอมพิวเตอร์ 

– ไมโครโฟน (Microphone) ไมโครโฟนเป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลด้วยเสียง โดยเสียงจากไมโครโฟนจะถูกส่งไปแปลงสัญญาณในการ์ดเสียง (Sound Card) ผ่านการแปลงสัญญาณเสียง (แอนะล็อก) ที่ส่งมาจากไมโครโฟนให้เป็นสัญญาณดิจิตอล แล้วจึงบันทึกลงในคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป สำหรับเสียงที่ส่งผ่านไมโครโฟน นอกจากจะนำไป ใช้เพื่อบันทึกเสียงตามที่ต้องการแล้ว ยังสามารถ นำไปใช้เพื่อสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานในรูปแบบของคำสั่งเสียง ที่เรียกว่าระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Recognition) โดยระบบดังกล่าว จะมีซอฟต์แวร์จดจำเสียงเป็นตัวจัดการกับคำสั่ง เสียงต่างๆ

– สแกนเนอร์ (Scanner) เครื่องสแกนเนอร์มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสารโดยจะใช้หลอดไฟฉายแสงลงบนเอกสาร จากนั้นภาพที่อยู่บนเอกสารจะถูกจับด้วย เซลล์ CCD (Charge – Couple Device) ที่มีความไวต่อแสงเป็นพิเศษ หลักการก็คือ พื้นที่มีดบนเอกสาร จะสะท้อนแสงได้น้อย ส่วนพื้นที่สว่าง จะสะท้อนแสงได้มากกว่า จากนั้น CCD ก็จะหาปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมาจากพื้นที่แต่ละส่วนบนภาพ แล้วเปลี่ยนคลื่นแสงที่สะท้อนกลับมาเป็นข้อมูลดิจิตอล ในขณะเดียวกัน โปรแกรมสแกน ภาพก็จะแปลงสัญญาณดังกล่าว

กลับมาเป็นภาพเพื่อแสดงบนจอคอมพิวเตอร์ให้เราได้ เห็น ตัวอย่างอุปกรณ์สแกนเนอร์ เช่น เครื่องสแกนเนอร์แบบตั้งโต๊ะ (Flat Scanner) และเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Reader) โดยเฉพาะเครื่องอ่านบาร์โค้ด ที่นำมา ใช้อ่านรหัสแท่ง (ตัวรหัสจะมีทั้งสีขาว สีดำ และมีแถบความกว้างขนาดแตกต่างกัน) ทำให้สามารถป้อนเข้าสู่ระบบได้ทันที โดยไม่ต้องป้อนค่าผ่านคีย์บอร์ด ซึ่งช่วยใน เรื่องความแม่นยำ เพราะหากป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยัง มีโอกาสป้อนข้อมูลผิดพลาดได้

อุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อการแสดงผลข้อมูล

คืออุปกรณ์ที่นำมาใช้เพื่อแสดงผลข้อมูล ตัวอย่างเช่น จอภาพ และเครื่องพิมพ์

– จอภาพ (Monitor) สำหรับจอภาพที่ใช้งานในอดีต จะเป็นจอภาพแบบซีอาร์ที ซึ่งใช้เทคโนโลยีการแสดงผลภาพคล้ายกับหลอดภาพโทรทัศน์ มีขนาดใหญ่ ตัวเครื่องร้อนเนื่องจากใช้กำลังไฟมาก แต่ในปัจจุบัน จอภาพชนิดนี้ได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว ถูกทดแทนด้วยจอภาพแบบแอลซีดี

– จอภาพซีอาร์ที (Cathode Ray Tube : CRT) เป็นเทคโนโลยีในอดีตที่ใช้หลอด ในการแสดงผลเหมือนกับเครื่องโทรทัศน์ในยุคก่อน การสร้างภาพของจอภาพ จะใช้หลักการฉายแสงอิเล็กตรอนจากหลอดภาพไปยังผิวด้านในของจอภาพ ซึ่ง ฟอสฟอรัสเคลือบอยู่ โดยสารนี้จะส่องสว่างขึ้นเมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนตกกระทบ เกิดเป็นภาพขึ้นมา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

s_212411_3317

หน้าที่ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อคนเรามาก ซึ่งการทำงานต่าง ๆ นั้นล้วนหันมาใช้งานผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์แทน จนทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนาโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ขึ้นมามากมาย เพื่อทำให้การทำงานมีความสะดวกสบายมากขึ้น สมัยนี้แม้แต่ตามร้านค้าต่าง ๆ ห้างร้าน หรือโรงเรียน ก็ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น

ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีคนใช้งานมากอย่างเช่น โปรแกรมไว้ใช้พิมพ์งาน โปรแกรมในการคำนวณ และอีกมากมายที่พบมีการใช้งานกัน ดังนั้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงมีความสำคัญต่อการใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก เรามาดูกันว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่อะไรบ้าง

  1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงานต่าง ๆ ทุกอย่าง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราหันมาใช้งานโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยให้งานเรามีความรวดเร็ว มีปัญหาในการทำงานน้อยลง เดียวนี้ทุกบริษัทองค์กรก็มีการใช้งานโปรแกรมเฉพาะตามสายงานของตน เช่นธนาคารก็มีโปรแกรมเกี่ยวกับธนาคารโดยตรง หรือว่าตามงานราชการทั่วไปก็จะมีโปรแกรมเฉพาะงานของตน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงถือว่ามีบทบาทต่อทุกหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาโปรแกรมให้มีการประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ
  2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถสร้างความบันเทิงให้กับคนเล่น ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์นั้นจะมีโปรแกรมที่สร้างความบันเทิงมากมาย เช่นโปรแกรมเกมส์ ฟังเพลง ร้องเพลง ดูหนัง ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อคนเรามาก สมัยนี้มีการพัฒนาสร้างโปรแกรมด้านความบันเทิงให้คนเล่นมากมาย ถือว่าเป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาช่วยให้เรามีความคลายเครียดเวลาเล่นไปด้วย โปรแกรมที่สร้างความบันเทิงจึงมีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของคนเราจนถึงทุกวันนี้ จึงทำให้มีผู้คนหันมาใช้งานเป็นจำนวนมากเช่นกัน
  3. ในปัจจุบันพบว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถสร้างรายได้กับนักเขียนโปรแกรมเป็นจำนวนมาก สามารถสร้างรายได้จากการเขียนโปรแกรมมากมายเลยทีเดียว นักเขียนโปรแกรมจึงต้องมีการพัฒนาโปรแกรมไปเรื่อย ๆ เพื่อรายได้ให้แก่ตนเอง ถ้าโปรแกรมไหนมีการใช้งานมากยิ่งทำให้มีรายได้จากตรงนี้หลายเท่าเลย ดังโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการหารายได้แก่นักเขียนโปรแกรม
  4. ตามสถานที่ศึกษาหรือสถานที่ทำงาน จะพบว่ามีการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก ในด้านการศึกษาพบว่ามีการใช้โปรแกรมพื้นฐานกัน สามารถช่วยให้เด็กมีการรู้จากกาใช้โปรแกรมเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้ในการค้นหาความรู้ต่าง ๆ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดจึงมีความสำคัญต่อด้านการศึกษาและการทำงานของเราเป็นอย่างมาก แต่การใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นต้องร็จักการใช้ให้ถูกทางให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ถ้าใช้ถูกทางเชื้อว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้เป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500

s_212411_3317

จีนกับระบบการจับผิด 

ประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่ในประเทศ ไม่สำคัญว่าทำไมการควบคุมดูแลให้ทั่วถึงจะมีเรื่องที่ยากอย่างมาก ในกรณีประเทศจีนที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆจึงผลิตนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อให้กฎหมายมีการบังคับใช้อย่างเหมาะสม ประเทศจีนมีการใช้คอมพิวเตอร์ตรวจจับในส่วนของผู้คนในประเทศของตัวเองเพื่อให้คะแนน หากใครที่ถูกตัดคะแนนเยอะๆก็ไม่สามารถเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆหรือว่าออกนอกประเทศได้ นี่เองคือการพัฒนาที่นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้กับระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกล้องวงจรปิดหรือเซ็นเซอร์ต่างๆเพื่อตรวจสอบ

การใช้ชีวิตของผู้คนอยู่ด้วยตลอดเวลาหากใครทำผิดกฎหมายก็สามารถทำโทษได้ทันที ด้วยการหักคะแนนในส่วนของการใช้ชีวิต การหักคะแนนในส่วนของผู้คนถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำผิดกฎจราจรการทำผิดกฎสังคม หรือการทำผิดกฎหมายต่างๆที่มีการตั้งไว้ในประเทศจีนหากมีการทำผิดกฎหมายหลายๆครั้งจะทำให้บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินบางอย่างได้ รวมถึงไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆตามความต้องการ

นี่คือรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนในประเทศจีน ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาพัฒนาในส่วนของการใช้ชีวิตอยู่เสมอ ขอจำนวนผู้คนและประชากรที่มีจำนวนมากจึงเป็นสิ่งสำคัญว่าทำไมมีความจำเป็นจะต้องมีการควบคุมดูแลให้เหมาะสม บุคคลเหล่านั้นหากไม่มีการควบคุมดูแลที่เหมาะสมกับการใช้กฎหมายเข้ามาควบคุม จะทำให้ผู้คนทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะกลุ่มคนเยอะๆถ้ามีคนจำนวนมากทำผิดกฎหมายมาพร้อมกันจะทำให้ประเทศจีนไม่สามารถควบคุมดูแลคนได้ มีแต่เป็นส่วนสำคัญในการนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ต่างๆหรือรวมข้อมูลต่างๆของผู้คนเข้ามา เทคโนโลยีที่ประเทศจีนเข้ามาใช้ร่วมกับในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายนั้นก็คือ ฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ที่มีการตรวจจับใบหน้าผู้คนได้อย่างแม่นยำ ฐานข้อมูลประเทศจีนถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่ยิ่งใหญ่มากเพราะจำนวนประชากรที่เยอะจึงเป็นส่วนสำคัญว่าทำไมประเทศจีนจึงต้องมี Server ที่รองรับข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วประเทศจีนก็เป็นต้นแบบของนวัตกรรมมากมายในโลก 

ในอนาคตอันใกล้นี้ คุณจะเห็นนวัตกรรมแบบนี้อีกมากมายเกิดขึ้นมา เพราะประเทศจีนจูไห่ประเทศที่มีการพัฒนาศักยภาพในการทำงานอยู่เสมอ และโลกทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาหากประเทศไหนที่มีการบังคับใช้กฎหมายไม่ดีพอ ก็จะไม่สามารถควบคุมจำนวนประชากรอยู่ควบคุมความประพฤติของประชากรในประเทศของตัวเองได้ นี่จึงเป็นต้นแบบที่ประเทศจีนมีการทำแล้วว่าการบันทึกเกี่ยวกับการกระทำผิดต่างๆภายในประเทศของตัวเอง สามารถลงโทษได้ทันทีโดยใช้คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในส่วนของซอฟต์แวร์หรือระบบต่างๆที่มีประสิทธิภาพ ในการควบคุมประชาชนให้มีการใช้ชีวิตที่เหมาะสม 

 

s_212411_3317

3 ลักษณะของคอมพิวเตอร์ในองค์กรต่างๆ 

คอมพิวเตอร์มีข้อแตกต่างกันไปลักษณะแตกต่างกันไปตามความต้องการและการใช้งานของบุคลากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่บุคคลธรรมดาจนไปถึงองค์กรใหญ่ๆที่มีการประมวลผลค่อนข้างมาก สิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งและปัจจุบันที่ใช้งานตามลักษณะงานต่างๆรวมไปถึงมีราคาที่ค่อนข้างแตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งหากใครจะมองหาคอมพิวเตอร์สัก 1 เครื่องที่ทำงานก็ต้องมีการศึกษาให้เข้าใจว่าลักษณะคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา จะสามารถทำอะไรได้บ้างและราคาเท่าไหร่ นี่เองจึงจะสามารถซื้อคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพได้คอมพิวเตอร์อาจจะแบ่งให้เห็นได้ชัดโดยประมาณคือ 3 อย่าง 

1 คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลหนัก คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลหน้าคือการประมวลผลที่มีปริมาณที่ค่อนข้างสูงเรานี่เองเรียกว่าระบบเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มาใช้ในองค์กรขนาดใหญ่หรือว่าองค์กรที่มีการรวบรวมข้อมูลเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นแบงค์ธนาคาร โรงพยาบาลต่างๆหรือจะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ 

2 คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง มินิคอมพิวเตอร์คือคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะคล้ายกับเมนเฟรม แต่ว่ามีราคาที่ถูกกว่าและเป็นการประมวลผลที่ไม่หนักเท่าไหร่ใช้ในองค์กรที่มีขนาดกลาง ไม่เล็กมากและไม่ใหญ่มากรวบรวมข้อมูลต่างๆและประมวลผล ในปัจจุบันใช้แพร่หลายตามโรงเรียนโรงพยาบาลหรือแม้แต่จะเป็นห้างร้านต่างๆที่มีขนาดกลาง

3 ไมโครคอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ใช้ในบ้านต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองใช้ในระบบการทำงานทั่วไปสามารถพกพาไปไหนได้สะดวก ใช้ทำงานแต่ละที่ได้ถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทได้ก็คือคอมพิวเตอร์ Notebook ทั้งสองอย่าง แตกต่างกันตั้งแต่ราคาขนาดและการใช้งานลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่อง Desktop นั่นก็คือเครื่องที่ตั้งอยู่กับโต๊ะ ยากในการขนย้ายหรือว่าจะใช้นอกสถานที่ ส่วนใหญ่จะใช้ที่บ้านสำนักงานหรือแม้แต่จะเป็นบริษัทต่างๆ จะให้ผู้ที่ใช้งานนั่งอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไปไหนเพราะเครื่องมีขนาดที่ใหญ่และซับซ้อนอย่างมาก Notebook เครื่องขนาดเบาพกพาสะดวกสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เหมาะสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการทำงานอย่างอิสระ สามารถทำงานที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ Notebook จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่อย่างยิ่งในการที่จะพกพาเครื่องขนาดเล็กไปทำงานไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือตามสถานที่ต่างๆ รวมถึง Notebook ยังมีความประหยัดไฟอย่างยิ่งเหมาะสำหรับการทำงานเร่งด่วนหรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 

ช่อง 3 มีเองคือรูปแบบที่ต่างกันและการใช้งาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือบุคคลธรรมดาที่จะซื้อคอมสักเครื่องจำเป็นจะต้องศึกษาให้เข้าใจว่าลักษณะในการทำงานเป็นอย่างไรเพื่อจะได้ซื้อคอมให้ถูกกับเป้าหมายในการทำงาน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

s_212411_3317

คอมพิวเตอร์ All in  one คืออะไร แตกต่างจากคอมปกติอย่างไร 

All in one Pc คือคอมพิวเตอร์ Desktop  ซึ่งมีความพิเศษในการที่ย่อส่วนต่างๆของคอมนั้นให้มาอยู่ในจอเพียงอย่างเดียวที่รวมบรรจุเอาไว้ที่ด้านหลังของจอมอนิเตอร์ และการใช้งานนั้นก็เหมือนกับการทำงานเฉกเช่นเดียวกับ Desktop Pc  ทุกอย่าง 

คอมพิวเตอร์ All in one  

สำหรับคนที่ใช้งานเครื่อง Notebook  หรือ Laptop เกือบทุกคนซึ่งเรานั้นคิดว่าต้องเคยที่จะเจอปัญหากวนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าจอที่มีขนาดเล็กที่ทำให้เรานั้นมองไม่เต็มตาสักเท่าไหร่ ซึ่งทำให้เรานั้นทำงานบางตัวนั้นเริ่มที่จะยากเพราะว่างานบางอย่าง อย่างเช่นงานประเภทกราฟฟิคดีไซน์ เป็นต้น เพราะว่ายังมีราคาที่สูงกว่าเครื่อง Desktop ซึ่งที่มีสเปคเท่ากันอยู่แต่ถ้าเรานั้นต้องการที่จะหาซื้อเครื่อง Desktop มาใช้งานบางครั้งนั้นก็ต้องมีเนื้อที่มีขนาดใหญ่เพราะว่ากินเนื้อที่นั้นมาก ฉละยังติองมีอุปกรณ์ต่อเครื่องนั้นอีกมากมาย ซึ่งจะเหมาะแก่การที่ต้องเอาไว้ที่บ้านแต่ว่าไม่เหมาะที่เอาไปไว้ตามคอนโด หรือว่าอพาร์เม้นท์ห้องเล็กๆทั่วด้วย

และด้วยที่เรานั้นกล่าวมาเมื่อข้างต้นนั้นจึงทำให้ผู้ผลิตนั้นพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเลยเลือกที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่ใช้งานด้วยการที่เขานั้นรวบรวมข้อดีของ Notebook และ Desktop Pc เอามาไว้เป็นเครื่องเดียวกันจึงกลายมาเป็นชื้อของ All in one  Pc  นั่งเองครับ  

All in one  Pc   การทำงานเต็มรูปแบบและใช้พื้นที่น้อย  เรานั้นจะเจอจอที่ใหญ่ สวยงาม มองเห็นได้อย่างเต็มตาและเรื่องการทำงานนั้นก็รวดเร็วเหมือนดับ  Pc ทั่วไปแถมยังทำให้เรานั้นเคลื่อนย้ายนั้นสะดวกและง่ายขึ้น

ลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ All in one Pc  มีองค์ประกอบเพียง 3 ชิ้นนั้นได้แก่ 
  1. ตัวเครื่องเป็นการที่เอาอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นทั้งหมดนั้นมารวบรวมเอาไว้ในเครื่องเดียวไม่ว่าจะเป็น Mainboard, CPU, RAM, Harddisk, adapter, LAN, Wi-f  จอมอนิเตอร์ รวมไปทั้งอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมาย โดยตัวเครื่องนั้นจะมีความบางพอสมควรเพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นนั้นเลือกใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่อุปกรณ์ Notebook ซึ่งจนบางคนนั้นถ้าไม่รู้จักเจ้าตัว All in one Pc   นั้นก็จะคิดว่าเป็นจอของคอมพิวเตอร์เพียงเท่านั้นเพราะว่ามีขนาดที่บางอยู่ 
  2. Keyboard อันนี้ก็สามารถที่จะเลือกมีทั้งแบบว่ามีสายหรือว่าไม่มีสาย 
  3. Mouse  อันนี้ก็มาแบบเดียวกับ Keyboard โดยเป็นทั้งมีสายและไม่มีสายเหมือนกัน 
ข้อดีของการ All in one Pc  
  • อันดับแรกนั้นจะเห็นได้ว่านั้นมีขนาดใหญ่จอที่เรานั้นมองเห็นได้อย่างเต็มตา ซึ่งสามารถทำงานทุกประเภทได้อย่างสะดวกสบาย
  • มีความเร็วและแรงเฉกเช่นเหมือนกับเครื่อง Pc  ทั่วไป 
  • มาพร้อมกับจอ touch ให้คุณนั้นเลือกใช้ 
  • ประหยัดเนื้อที่
  • ไมจำเป็นที่เรานั้นต้องพ่วงอุปกรณ์ต่างๆ
  • All in one Pc   นั้นมีเนื้อที่พื้นที่ที่เรานั้นใช้สอยน้อยขนย้ายนั้นง่าย 
  • มีดีไซน์สวยงามให้เรานั้นเลือกมากมาย

 

s_212411_3317

HDD กับ SSD มันคืออะไร

HDD กับ SSD มันคืออะไร เลือกซื้ออันไหนดี

 จานบันทึกแบบแข็ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ฮาร์ดดิส คือ ชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมระบบปฏิบัติการ และ ไฟล์ต่าง ๆ โดยหลักการ คือ การเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก เพื่อเป็นการเก็บข้อมูล โดยจุดเด่นที่สำคัญ คือ สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้อย่างไม่จำกัด

ฮาร์ดดิสก์มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ E-IDE , IDE, Serial SCSI และ ATA  

แบบ IDE เป็นการเชื่อมต่อแบบเก่า ใช้สายแพขนาด 40 เส้น 

แบบ E-IDE สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สูงขึ้นกว่าแบบ IDE แต่ใช้สายแพที่มีขนาดใหญ่กว่าในเชื่อมต่อโดยมีขนาดถึง 80 เส้น 

แบบ SCSI จะใช้การ์ด SCSI ควบคุมการทำงาน โดยแบบ SCSI จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงเพราะส่วนมากผุ้คนมักนิยมนำมาใส่ในServer 

แบบ SATA (Serial ATA) กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อได้เร็วมาก และรูปแบบ SATA ยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อีกมากมาย 

หลักการทำงานของ ฮาร์ดดิส

       หลักการทำงานของฮาร์ดดิส คือ ใช้มอเตอร์ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ด้านใน หมุนจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูงซึ่งอาจมีความเร็วสูงถึง 7200 รอบต่อนาที และมีหัวอ่านการทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องเล่น DVD แต่แผ่น CD และ DVD ทำได้เพียงอ่านข้อมูลเท่านั้นไม่สามารถเพิ่มหรือลบข้อมูลได้ แตกต่างจาก Hard disk ที่สามารถอ่านเพิ่มและลบข้อมูลซ้ำ ๆ ได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน และมีความจุที่มากกว่าแผ่น CD และ DVD อย่างมาก

ขนาดของ ฮาร์ดดิส      

ขนาดของ ฮาร์ดดิส นั้นจะมีให้เลือกคือ 2.5 นิ้ว และ 3.5 นิ้ว โดยทั้ง 2 มีรูปแบบการทำงานที่คล้ายกัน แตกต่างกันตรงที่ขนาด 3.5 นิ้ว จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ และที่ ขนาด 2.5 นิ้ว จะใช้สำหรับโน้ตบุ๊ค 

ข้อเสียของ Hard disk

          – มีความร้อนสูง เนื่องจากมีการหมุนของจานแม่เหล็กอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

          – มีเสียงการทำงานเล็กน้อย เนื่องจากการหมุนของแม่เหล็ก 

          – ใช้กำลังไฟมาก

          – น้ำหนักค่อนข้างเยอะ

Solid State Drive หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ SSD คือ อุปกรณ์สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลที่เปลี่ยนจากจานแม่เหล็กมาเป็น Flash Memory จะมีหลักการทำงานคล้ายกับ Flash Drive ซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลมากกว่าฮาร์ดดิสหลายเท่า โดยนักพัฒนาได้ทำให้ SSD มีขนาดเดียวกับ HDD ซึ่งทำให้สามารถใส่แทนกันได้อย่างง่ายดาย

SSD แบ่งออกเป็น 5 แบบ ได้แด่

-แบบ SATA III มีขนาด 2.5 นิ้ว สามารถใส่แทนช่อง HDD ที่มีขนาดเดียวกันได้

-แบบ mSATA เป็น SSD ที่เพื่อใช้กับ โน้ตบุ๊ค

-แบบ M.2 เป็น SSD ที่มีความเร็วสูงกว่า SSD ทั่วไป อีกทั้งยังมีขนาดเล็กกว่า จึงจำเป็นที่ต้องมีช่องสำหรับใส่เฉพาะ สามารถใส่ได้ทั้ง ใน คอมพิวเตอร์ และ โน้ตบุ๊ค

-แบบ PCIe ออกแบบมาสำหรับเสียบลงบนสล๊อต PCI Express x16 

-แบบ M.2 NVMe เป็นเทคโนโลยีล่าสุดทำให้ยังไม่ค่อยแพร่หลาย

ขอเสียของ Solid State Drive (SSD)

       – มีความจุน้อยอีกทั้งยังราคาสูงมาก

       – มีขีดจำกัดในการเขียนซ้ำข้อมูล

       – หากเกิดความเสียหายแล้วจะไม่สามารถกู้ข้อมูลได้

แล้วอันไหนควรใช้มากกว่ากัน

สำหรับหน่วยความจำหลักในคอมพิวเตอร์นั้นไม่ว่าจะเป็น SSD หรือ HDD ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการความจุในการจัดเก็บข้อมูลมากและต้องการประหยัดงบในการซื้อก็ควรเป็นHDD

แต่ถ้าผู้ที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลไม่ต้องการความจุมากมายและพอมีงบในการซื้อก็แนะนำให้ เป็น SSD ไปเลย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

s_212411_3317

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์

HTML เป็นอย่างไร

ภาษา HTML เป็นภาษาการเขียนเว็ปไซต์ สำหรับนักพัฒนาเว็ปไซต์

ซึ่งเป็นพื้นฐานเริ่มต้นที่สำคัญในการทำเว็ปไซต์เลยทีเดียว หากใครไม่ทราบแล้วอาจจะทำให้ลำบากในการทำงานเขียนเว็ปไซต์ได้ หลักการง่ายๆของ HTML คือ เป็นโค้ดที่ใช้ในการทำให้ browser ทำการแสดงผล browser คือ ตัวทีใช้เปิดเว็ปไซต์นั่นเอง อย่างในปัจจุบันที่นิยมคือ Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome เป็นต้น ซึ่งการแสดงผลต่อ browser นี้ก็คือทุกๆอย่างๆเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือเล็ก ใหญ่ ตัวหนังสือมีสีสันหรือไม่ การขึ้นบรรทัดใหม่ การทำลิงค์ การแสดงรูปภาพอะไรต่างๆเหล่านี้เป็นต้น

หลักการใหญ่ๆเราจะแบ่งการทำงานของ HTML ออกเป็นส่วนๆ คือส่วนของ tag ที่ชื่อว่า <title></title> ตรงส่วนนี้จะเป็นการกำหนดหัวข้อของเว็ปนั่นเอง ส่วนในตัวเนื้อหาของเว็ปไซต์ จะอยู่ภายใต้ โค้ดที่ชื่อว่า <body></body>

ในส่วนหัวข้อต่างๆที่อยู่ในเนื้อหาเว็ปไซต์นั้น เราจะใช้โค้ดที่ชื่อว่า <h1></h1> โดย h1 นั้นจะเป็นตัวหนังสือที่ใหญ่ที่สุด และมีหลายหัวข้อให้ใช้คือตั้งแต่ <h1>….<h7> ไล่ยาวได้ไปจนถึง h7 เลย ซึ่งตัวหนังสือ ความหนา ก็จะลดหลั่นลงไปตามลำดับ

ในส่วนการตกแต่งตัวหนังสือข้อความนั้น เราใช้คำสั่ง <font> ได้การกำหนดได้ โดยแบ่งเป็นดังนี้คือ หากเราใช้ <font size=“x”>ข้อความ</font> จะใช้เป็นการกำหนดขนาดตัวหนังสือ ซึ่งเราแทนที่ตัว “x” ด้วยตัวเลขขนาดตัวหนังสือที่เราต้องการ ยิ่งเลขมาก ตัวหนังสือยิ่งตัวใหญ่ และการทำสีเราจะใช้ <font color=“y”>ข้อความ</font> โดยแทนที่ตัว “y” ด้วยสีที่เราต้องการ หรือ โค้ดสีที่ต้องการ เช่น “blue”, “red”, “#ff000” เป็นต้น และหากเราต้องการปรับทั้งขนาดและสี พร้อมๆกัน เราใช้โค้ดในชุดเดยวกันได้เลยดังนี้ <font size=”12″ color=”green”> ข้อความ</font>

การทำลิงค์ หรือ Hyperlink ไปที่อื่น ให้เราใช้ <a href=“url เว็ปปลายทาง”>ข้อความที่จะแสดง</a> เช่น <a href=”https://google.com”>เปิดเว็บไซต์ google.com</a> แบบนี้เป็นต้น

การทำตาราง เราจะใช้โค้ดที่เยอะกว่าเดิมเล็กน้อย โดยแบ่งเป็น <table></table> คือเริ่มต้นการทำตาราง
<th></th> จะเป็นหัวตาราง และ <tr></tr> คือแถว <td></td> จะเป็นคอลัมน์ เวลาเขียน ต้องจัดลำดับให้เหมาะสมถูกต้องดังนี้

<table>

<tr>

<th>หัวตาราง 1</th>

<th>หัวตาราง 2</th>

</tr>

<tr>

        <td>คอลัม 1</td>

        <td>คอลัม 2</td>

</tr>

</table>

 

ขอบคุณ  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย ที่ให้ข้อมูลดีๆมานำเสนอ

s_212411_3317

ความรู้เกี่ยวกับมือถือที่เราต้องทำความเข้าใจ

โทรศัพท์ที่มีแต่เพียงปุ่มกดโฮมเพียงอย่างเดียว

โทรศัพท์มือถือที่ทุกคนนั้นได้ใช้มากันอยู่ทุกวันนี้รู้หรือไม่ว่าโทรศัพท์ของเรานั้นกับการที่โทรศสัพท์นั้นมีแคเพียงกดปุ่มโฮมอย่างเดียวนั้นมันเป็นอย่างไรและการที่มีกดปุ่มโฮมนั้นมันดีกว่าโทรศัพท์ที่มีปุ่มกดหลายตัวอย่างไร

การเอาปุ่มโฮมออกทำให้พื้นผิวโทรศัพท์เรียบขึ้นทำให้ดูเพียวบางและไร้รอยต่อมากขึ้นผู้ผลิตบางลายจะบอกคุณว่าการไมมีปุ่มเป็นการตัดสินใจที่ดีเพราะพวกเขาไม่ได้วาแผนที่จะหยุดแค่การเอาปุ่มโฮมออกเพราะพวกเขานั้นจะหาทางให้ได้ปุ่มเพาเวอร์และปุ่มปรับระดับเสียงซึ่งก็อาจจะเป็นรายต่อไปU12ของHTCแทนที่ด้วยปุ่มด้วยเซ็นเซอร์สัมผัสและSAMSUNG GALAXYNOTE10เอาปุ่มเพาเวอร์ออกทั้งหมด

ทั้งยังเปลี่ยนการตั้งค่าเพื่อให้ปุ่มสั่งการด้วยเสียงทั้งหมดได้ด้วยแต่นั้นก็จะทำให้คุณใช้ระบบสั่งการด้วยเสียงไม่ได้จากนั้นได้มีการโต้แย้งเกิดขึ้นเนื่องจากปุ่มที่น้อยลงหมายถึงชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยลงจึงไม่มีชิ้นส่วนที่อาจแตกหักจากการสึกหรอได้ซึ่งหน้าเสียดายสำหรับHTCที่ไม่มีหลักฐานจริงๆจังๆ

ในการสนับสนุนสำหรับเรื่องนี้เนื่องจากนี้ยังเป็นเรื่องจริงที่ว่าลูกค้าบางคนพบว่าปุ่มสมัยนี้ใช้งานยากลพวกเรายังไม่ได้พูดถึงปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโทรศัพท์ที่ไม่มีปุ่มคนส่วนใหญ่นั้นไม่ชอบพวกมันถ้าไม่มีการตอบสนองทางกายภาพเลยก็ยากที่จะบอกได้ว่าคุณกดปุ่มถูกหรือไม่และยังไม่รวมถึงว่ามีบางสิ่งที่หน้าพอใจเกี่ยวกับการกดปุ่มในชีวิตจริงนี่คือสิ่งที่ทุกคนพูดถึงเมื่อพวกเขาใช้วรีการตอบสนองต่อการสัมผัสอุปกรณ์จำนวนมากสั่น

เพื่อจำลองให้เหมือนกับการกดปุ่มจริงแต่มันก็ยังไม่รู้สึกเหมือนกันนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนถึงคิดว่าโทรศัพท์ไร้ปุ่มเป็นเพียงแฟชั่น

SAMSUNG GALAXY X4เป็นคุณบัติที่รวมอยู่ในGALAXY X4ที่ทำให้โทรศัพท์ของคุณเลื่อนขึ้นและลงโดยอัตโนมัติมันทำงานโดยใช้กล้องหน้าของโทรศัพท์เพื่อติดฃการเคลื่อนไหวของหัวคุณนั่นเป็นไอเดียแต่มันออกสู่ตลาดก่อนที่วิศวกรจะเอาข้อผิดพลาดทั้งหมดออกได้บางครังคุณต้องขยับหัวของคุณจนมากเกินไปเพื่อที่จะให้มันนั่นทำงานได้ลูกค้าจำนวนมากหมดความอดทนกับสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นฟรีเจอร์ที่ไม่จำเป็น

  บางคนก็รู้สึกแบบเดียวกันกับแอร์วิวซึ่งเป็นคุณบัติที่ SAMSUNG ดูตัวอย่างการแจ้งเตือนโดยที่ไม่ต้องสัมผัสหน้าจอได้ทำได้ด้วยการจ่อนิ้วเหนือแอฟที่ต้องการดูแอร์วิวก็ใช้ได้เมื่อต้องการค้นหาสิ่งที่คุณชี้ไปแต่มันก็ใช้ได้เพียงแค่ไม่กี่แอฟเท่านั้นเอง

 

สนับสนันเรื่องราวจาก  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

s_212411_3317

การสร้างฐานข้อมูล

SQL การจัดการ DATABASE

การจัดการฐานข้อมูลหรือ Database ด้วย SQL นั้น ทำได้หลากหลายอย่างมาก เรามาเรียนกันทีละเล็กทีละน้อยว่ามันมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าคุณจะทึ่งอย่างแน่นอน

การสร้างฐานข้อมูล

เป็นเรื่องเริ่มต้นที่จำเป็นที่สุด ในปัจจุบันอาจจะมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายๆอย่าง support มากขึ้นทำให้การทำงานส่วนนี้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราควรจะรู้พื้นฐานมันเอาไว้เสียก่อน ไม่เสียหาย จริงไหมล่ะครับ

การสร้างมีรูปแบบดังนี้ CREATE DATABASE ชื่อฐานข้อมูล; ตัวอย่าง อยากสร้างฐานข้อมูลชื่อ testsqlก็เขียนแบบนี้ CREATE DATABASE testsql;

หลังจากสร้างฐานข้อมูลแล้ว ต่อไปเป็นการสร้างตารางในฐานข้อมูล โดยต้องระบุรายละเอียด พวกชื่อตาราง ชนิดข้อมูล ขนาดข้อมูล และรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ดังนี้

CREATE TABLE table_name (

Column_name1data_typecolumn_attribute,

Column_name2data_typecolumn_attribute,

Primary key (column_name)

Foreign key (column_name)

);

โดยที่ 

Table_nameคือ     ชื่อของตารางที่ต้องการสร้าง

Column_name1     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 1

Column_name2     คือ   ชื่อของแอตทริบิวต์ที่ 2

data_typeคือ     ชนิดของข้อมูล

column_attributeคือ     คุณสมบัติของแอตทริบิวต์

ทีนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับการลบฐานข้อมูล และลบตารางออกจากฐานข้อมูลกัน โดยคำสั่งจะใช้คำว่า Drop ดังนี้

DROP TABLE <table name> เป็นการลบตารางตามชื่อที่ระบุ (table name) ออกจากฐานข้อมูล

ในการเลือกนั้น จะใช้คำว่า USE <DatabaseName>; จะเป็นการเลือก และแสดงรายละเอียดต่างๆในฐานข้อมูลตามชื่อที่ระบุ แต่หากเราต้องการเลือกให้ละเอียดกว่านั้นเช่นการเลือกไปถึง column ที่ต้องการในตาราง Database ให้เราใช้คำสั่งดังนี้

SELECT column1, column2,…column N

FROM table_name;

ก็คือให้ระบุว่าต้องการเลือกข้อมูลจากคอลัมน์ที่เท่าไหร่ ? ในตารางที่ชื่อว่าอะไรนั่นเอง หรือว่าคอลัมน์ที่ระบุไม่ต้องระบุตัวเลขแต่ระบุเป็นชื่อของฟิลล์ในคอลัมน์ที่ต้องการได้เลย หากเราต้องการจะเพิ่มข้อมูลลงในตารางฐานข้อมูลล่ะเราจะทำยังไง ก็ให้ทำแบบนี้

INSERT INTO TABLE_NAME (column1, column2, column3,…columnN)  

VALUES (value1, value2, value3,…valueN);

ก็จะเป็นการเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูล ในตาราง เช่น

INSERT INTO CUSTOMERS (ID,NAME,AGE,ADDRESS,SALARY)

VALUES (1, ‘Smith’, 32, ‘188 Lodgson’, 2000.00 );

ความหมาย คือ ให้เราเพิ่มข้อมูลลงไปในฐานข้อมูลที่ชื่อว่า CUSTOMERS โดยการเพิ่มข้อมูลในคอลัมน์ ID, NAME, AGE, ADDRESS, SALARY ด้วยค่า 1, SMITH, 32, 188 Lodgson, 2000.00 ตามลำดับ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

s_212411_3317

การดูแลคอมพิวเตอร์ไม่ให้เสื่อมคุณภาพง่ายๆ

5 สิ่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณพัง

เคยเป็นกันไหมที่นั่งพิมพ์งานอยู่ดีๆเครื่องคอมพิวเตอร์ก้อดับไปเอง บางทีก้อแฮงค์ หรือ mouse ขยับไม่ได้ ไปซะงั้น พอกดปุ่ม restart เครื่องคอมพิวเตอร์ ก้อจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆเข้า ให้คุณคาดเดาอนาคตข้างหน้าได้เลยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รักของคุณกำลังจะพัง ดังนั้นเวลาที่คุณใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวคุณเองจะต้องคอยสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงว่าเครื่องมันมีอาการผิดปกติอะไรตรงไหน 
เพื่อที่เราจะได้แก้ไขเปลี่ยนอะไหล่หรือส่งซ่อมได้ทันที เพราะถ้าเกิดเราปล่อยปะละเลยจนมันพังจริงๆถึงขั้นรุนแรง เช่น Harddisk พัง ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับความเสียหาย แล้วดันกู้ข้อมูลที่สำคัญๆกลับมาไม่ได้ เชื่อว่ามันจะมีผลกระทบร้ายแรงกับงานและองค์กรของคุณอย่างแน่นอน  

สาเหตุที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์พังนอกจากการที่เราจะใช้งานแบบไม่ใส่ใจดูแลหรือไม่ทะนุถนอมแล้ว เรายังพบว่ายังมีปัจจัยอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม อากาศ ความร้อน ก้อเป็นสาเหตุให้เครื่องคอมพิวเตอร์พังได้  ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คอมพิวเตอร์ของเราพังง่าย เราควรเรียนรู้สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ 

1.กระแสไฟฟ้า กรณีที่ไฟตก ไฟดับ หรือไฟฟ้ากระชาก เกิดความไม่สเถียรกับกระแสไฟฟ้าที่ใช้ อาจส่งผลให้วงจรต่างๆในเครื่องเสียหาย ทางที่ดีแนะนำให้คุณใช้ UPS เพื่อเก็บสำรองไฟไว้ในกรณีฉุกเฉิน อย่างน้อยคุณยังพอมีเวลา 10- 15 นาที เพื่อจะกด SAVE งานที่ทำค้างไว้ แล้วค่อย Shutdown เครื่องคอมพิวเตอร์
2.ฝุ่นละออง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางตัวอย่างเช่น มอเตอร์ถ้าถูกฝุ่นละอองปลิวเข้าในเครื่องมากๆจะทำงานได้ช้าลงไม่เต็มประสิทธิภาพ พัดลมเครื่องก้อเหมือนกันถ้าขี้ฝุ่นจับเยอะๆ ก้อจะระบายความร้อนได้น้อย เกิดปัญหาเครื่องร้อนอีก ทางที่ดีเราจะต้องหาเวลาทำความสะอาดเป่าขี้ฝุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์เราอยู่เสมอ
3.ความร้อน ไม่ว่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน หรือ วงจรในเครื่องคอมพิวเตอร์ร้อนเพราะพัดลมเสีย อันนี้เป็นสาเหตุร้ายแรงอันตรายมาก อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราพังแบบตายสนิทไม่สามารถกู้ชีวิตกลับมาใช้ได้อีกเลย
4.การกระแทก/กระทบกระเทือน มักเกิดจากการเคลื่อนย้ายทำหลุดมือ หรือไม่ก้อตกจากที่สูงลงกระแทกกับพื้น เหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนที่อยู่ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ พวก RAM , Harddisk , Mainboard หลุดจากตำแหน่งที่เราเสียบไว้ได้หรือถ้าพัง สำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ PC ก้อไม่น่าห่วงเพราะสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้  แต่ถ้าเกิดขึ้นกับ Notebook เนี่ยเตรียมเงินซื้อใหม่ได้เลย
5.ไวรัสตัวร้าย  ตัวไวรัสเจ้าปัญหาจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ทำงานได้ช้า อืด บางที่ก้อมาทำลายไฟล์งานของเราเสียหาย วิธีป้องกันง่ายๆก้อคือ เราอย่าได้เข้าไปกดไฟล์ที่ชอบกระเด้งมาตอนที่เรากำลังเล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ดาวน์โหลดไฟล์อะไรที่เราไม่รู้จัก ที่สำคัญควรลงโปรแกรมและอัพเดทตัวสแกนไวรัสไว้เสมอ

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ให้นำมาเสนอโดย รู้ทันบาคาร่า